ทุกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราใช้งาน ล้วนเป็น "โหลด" ที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบไฟฟ้าโดยรวม หากไม่เข้าใจว่าโหลดไฟฟ้าคืออะไร ก็อาจนำไปสู่การออกแบบระบบที่ไม่ปลอดภัยหรือสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดเจน พร้อมแนวทางการคำนวณโหลดไฟฟ้าที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
การโหลดทางไฟฟ้า (Electrical Load) คือ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องการใช้ในขณะทำงาน เช่น หลอดไฟ เตารีด เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องจักรในโรงงาน ล้วนถือเป็นโหลดทางไฟฟ้า เพราะดึงกระแสไฟจากแหล่งจ่ายเพื่อแปลงเป็นพลังงานรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง ความร้อน หรือแรงลม
การเข้าใจและประเมินโหลดไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เป็นหัวใจของการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพราะหากเราทราบค่าโหลดรวม เราจะสามารถทำการเลือกสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ
ครอบคลุมไปถึงการจัดทำรายการโหลด (Load Schedule) ที่ช่วยในการจัดสมดุลโหลด (Load Balancing) ในระบบ 3 เฟส ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายการเหล่านี้จะช่วยลดการสูญเสียพลังงานและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้อย่างยั่งยืน
การคำนวณโหลดไฟฟ้าเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบระบบ เพราะช่วยให้ทราบว่าระบบต้องรองรับกระแสและกำลังไฟฟ้ารวมเท่าไร เพื่อเลือกอุปกรณ์ได้ถูกต้อง
สูตรการคำนวณโหลดไฟฟ้า : P = V × I
ในการออกแบบระบบจริง เรามักใช้หน่วยเป็น VA (โวลต์แอมแปร์) แทน W เพราะค่า VA คือกำลังปรากฏที่รวมผลกระทบของตัวประกอบกำลัง (Power Factor) เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นค่าที่ใช้กำหนดขนาดสายไฟและอุปกรณ์ป้องกันได้แม่นยำกว่า
ขั้นตอนสำคัญในการหาขนาดอุปกรณ์สำหรับวงจรย่อยแต่ละวงจร คือการประเมินกำลังไฟฟ้าและกระแสสูงสุดที่ต้องรองรับ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการจัดทำรายการโหลด (Load Schedule) ที่เหมาะสม
ถ้าคุณมีวงจรเต้ารับในห้องนั่งเล่นรวม 5 จุด จะเท่ากับ

ในความเป็นจริง เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดไม่ได้ถูกเปิดใช้งานพร้อมกัน 100% ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมีการใช้ Demand Factor (DF) หรือสัมประสิทธิ์ความต้องการ เพื่อปรับลดค่าโหลดรวมให้สะท้อนถึงโหลดทางไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้งานจริง (Peak Load) โดยสิ่งนี้จะนำไปคำนวณโหลดไฟฟ้าสำหรับสายเมนหรือสายป้อนหลัก (Feeder) เท่านั้น แต่จะไม่นำมาใช้กับวงจรย่อยโดยเด็ดขาด
ตัวอย่าง : บ้านที่มีโหลดเต้ารับเกิน 10,000VA จะคิดโหลดส่วนที่เกินจาก 10,000VA เพียง 50% เท่านั้น ซึ่งช่วยลดขนาดสายเมนและเบรกเกอร์หลักลง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยยังคงความปลอดภัยไว้อยู่
การจัดทำรายการโหลด (Load Schedule) คือ ตารางสรุปรายละเอียดของวงจรย่อยทั้งหมดที่ต่ออยู่กับตู้ควบคุมไฟฟ้า (Load Center) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การออกแบบเป็นระบบและปลอดภัย
| องค์ประกอบ | ความสำคัญสำหรับเจ้าของบ้าน |
| หมายเลขวงจร / คำอธิบาย | ระบุได้ว่าเบรกเกอร์แต่ละตัวควบคุมวงจรใด เช่น ห้องนอน ห้องครัว หรือเครื่องทำน้ำอุ่น ช่วยให้ตัดไฟเฉพาะส่วนได้อย่างปลอดภัยเมื่อซ่อมบำรุง |
| กำลังไฟฟ้า (VA หรือ W) | แสดงปริมาณพลังงานที่วงจรนั้นใช้ ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าพื้นที่ใดใช้ไฟมาก และสามารถวางแผนกระจายโหลดให้สมดุลได้ |
| ขนาดเบรกเกอร์ (A) | ใช้เลือกอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินให้เหมาะกับโหลดของวงจร เช่น วงจรไฟส่องสว่างอาจใช้เบรกเกอร์ 10A ขณะที่วงจรแอร์อาจใช้ 16A หรือ 20A |
| ขนาดสายไฟ (ตร.มม.) | ยืนยันว่ามีการเลือกขนาดสายไฟฟ้าที่รองรับกระแสได้จริง เช่น วงจรเต้ารับมักใช้สายขนาด 2.5 ตร.มม. ส่วนวงจรแอร์อาจใช้ 4 ตร.มม. เพื่อป้องกันความร้อนสะสม |
เมื่อรู้ค่าโหลดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกขนาดสายไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสภาพการเดินสายและกระแสสูงสุด เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานระบบไฟฟ้า
การเลือกขนาดสายไฟฟ้าควรอ้างอิงจากกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่วงจรต้องรับได้ รวมถึงต้องเผื่อค่าความปลอดภัยอย่างน้อย 20-25% จากค่ากระแสใช้งานจริง เพื่อป้องกันความร้อนสะสมในระยะยาว โดยขนาดของสายไฟจะวัดเป็นหน่วย “ตารางมิลลิเมตร (ตร.มม.)” ซึ่งสัมพันธ์กับความสามารถในการรับกระแสของสายไฟ
นอกจากนี้ ต้องเลือกขนาดสายไฟให้สัมพันธ์กับขนาดเบรกเกอร์ เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันสามารถตัดกระแสได้ทันเวลาหากเกิดโอเวอร์โหลด ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายของสายไฟและอุปกรณ์ในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้การเลือกขนาดสายไฟจะดูเรียบง่าย แต่หากละเลยรายละเอียดเล็กน้อย อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าทั้งหมด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่อไปนี้
การเลือกสายไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยังยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในระบบ และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ
สำหรับใครที่กำลังคำนวณโหลดเพื่อออกแบบระบบไฟในบ้านหรืออาคาร และต้องการสายไฟที่รองรับกระแสได้อย่างปลอดภัยและได้มาตรฐาน สายไฟ IEC 01 หรือสาย THW 2.5 ตร.มม. คือคำตอบ เพราะเป็นชนิดของสายไฟที่เหมาะสำหรับการเดินสายภายในอาคาร ทั้งในวงจรแสงสว่างและวงจรเต้ารับทั่วไป นอกจากนี้ยังมีอีกหลายขนาดให้เลือกสำหรับการต่อสายเมนหรือบริเวณโหลดไฟฟ้าสูง หากสนใจสินค้าที่ได้มาตรฐาน ผ่าน มอก. หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำแนะนำที่เหมาะสม STS Thonburi พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยเหลือคุณ ติดต่อเราได้เลย !
แหล่งอ้างอิง