คู่มือการเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์และสายไฟ THW 2.5 ตร.มม.

เซอร์กิตเบรกเกอร์คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยตัดกระแสไฟลัดวงจร

การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์และสายไฟให้เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญในการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเลือกขนาดของสายไฟที่เหมาะสมกับเซอร์กิตเบรกเกอร์ จะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยสายไฟ THW ขนาดหน้าตัด 2.5 ตารางมิลลิเมตร (ตร.มม.) เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมใช้งานร่วมกับเซอร์กิตเบรกเกอร์

 

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) คืออะไร ?

หากพูดถึงอุปกรณ์ที่ตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อเกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าเกินกำลัง อุปกรณ์แรกที่ควรนึกถึงคือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ซึ่งมีกลไกการทำงานเพื่อดูแลความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นในระบบไฟฟ้า โดยสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ และจะตัดกระแสไฟฟ้าทันทีเมื่อมีกระแสไฟผ่านเกินค่าที่กำหนดไว้ หรือเมื่อมีการลัดวงจร 

โดยการทำงานนี้จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากไฟไหม้หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และสามารถกล่าวได้ว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ คือหัวใจสำคัญของระบบป้องกันไฟฟ้าในบ้านและอาคารที่ต้องการความปลอดภัยสูง

 

ประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์

เมื่อเข้าใจแล้วว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ คือ อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ผิดปกติ ขั้นต่อไปคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ เพราะแต่ละชนิดจะออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

 

Miniature Circuit Breaker (MCB)

MCB เป็นเบรกเกอร์ที่เล็กที่สุดและพบได้บ่อยที่สุดในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Low Voltage) สำหรับที่พักอาศัยและอาคารสำนักงานขนาดเล็ก

  • โครงสร้างและการติดตั้ง : MCB เป็นเบรกเกอร์ขนาดเล็กที่สุด มีโครงสร้างเป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกต่อการใช้งานในที่พักอาศัยและอาคารขนาดเล็ก การติดตั้งจะเป็นไปอย่างง่ายดายบนรางปีกนก (DIN Rail) ภายในแผงควบคุมไฟฟ้า (Consumer Unit) ซึ่งช่วยให้การเดินสายและการบำรุงรักษามีความเป็นระเบียบและรวดเร็ว
  • พิกัดกระแสและการตั้งค่า : พิกัดกระแสของ MCB อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง มักไม่เกิน 125 แอมแปร์ และมีค่ามาตรฐานทั่วไป เช่น 10 A, 16 A, หรือ 32 A การตั้งค่าส่วนใหญ่เป็นค่าคงที่ (Fixed Trip Setting) ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ MCB มีการแบ่งตามลักษณะการตัดไฟ (Tripping Curve) เช่น Type B, C, D เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการเกิดกระแสเริ่มต้นของโหลดที่แตกต่างกัน
  • ฟังก์ชันการทำงาน : MCB ทำหน้าที่เป็นเบรกเกอร์ย่อย โดยมีหน้าที่หลักคือการป้องกันกระแสเกิน (Overcurrent) และลัดวงจร (Short Circuit) ในแต่ละวงจรย่อย เช่น วงจรแสงสว่าง หรือวงจรเต้ารับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์กับสาย THW 2.5 ตร.มม. มักนิยมใช้ MCB ขนาด 16 แอมแปร์เพื่อป้องกันสายไฟไม่ให้รับกระแสเกินพิกัด

 

Residual Current Circuit Breaker (RCCB)

เน้นการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟดูด เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ หรือโรงงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำและความชื้น โดยอุปกรณ์นี้จะมีอยู่ 2 รูปแบบย่อย ได้แก่ RCCB (Residual Current Circuit Breaker) และ RCBO (Residual Current Breaker with Overcurrent Protection)

 

โครงสร้างและการติดตั้ง

  • RCCB (Residual Current Circuit Breaker) : โครงสร้างมีเพียงกลไกการตรวจจับกระแสรั่วไหลเท่านั้น การติดตั้งต้องทำร่วมกับ MCB หรือฟิวส์
  • RCBO (Residual Current Breaker with Overcurrent Protection) : เป็นโครงสร้างที่รวมกลไกของ RCCB และ MCB เข้าไว้ด้วยกันในตัวเดียว ทำให้ประหยัดพื้นที่บนราง DIN Rail

 

พิกัดกระแสและการตั้งค่า

  • RCCB : มีการระบุพิกัดกระแสหลักตามขนาดของวงจร และที่สำคัญคือความไวในการตัดกระแสรั่วไหลมักเป็น 30 mA สำหรับป้องกันไฟฟ้าดูด
  • RCBO : มีทั้งพิกัดกระแสเกิน (เช่น 20 A) และพิกัดกระแสรั่วไหล (30 mA) ในตัวเดียวกัน

 

ฟังก์ชันการทำงาน

  • RCCB : มีหน้าที่หลักเพียงอย่างเดียวคือ การป้องกันไฟดูด (Electric Shock) และไฟไหม้จากกระแสรั่วไหลลงดิน แต่ไม่สามารถป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจรได้
  • RCBO : ให้การป้องกันที่ครอบคลุม โดยสามารถป้องกันได้ทั้งไฟดูด, กระแสเกิน, และลัดวงจรในอุปกรณ์ตัวเดียว จึงได้รับความนิยมในการติดตั้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดในวงจรย่อยสำคัญ ๆ

 

Molded Case Circuit Breaker (MCCB)

MCCB ออกแบบมาเพื่อรองรับกระแสไฟฟ้าในระดับที่สูงกว่า MCB อย่างมาก มักเริ่มต้นตั้งแต่ 100 แอมแปร์ขึ้นไปจนถึงหลายพันแอมแปร์

  • โครงสร้างและการติดตั้ง : มีโครงสร้างที่แข็งแรง ตัวเครื่องทำจากวัสดุฉนวนพิเศษที่มีความทนทานสูง หรือที่เรียกว่า Molded Case ซึ่งห่อหุ้มกลไกการตัดวงจรทั้งหมดไว้ภายใน ทำให้ทนทานต่ออุณหภูมิและความเครียดสูง การติดตั้งมักทำในลักษณะยึดติดกับแผงควบคุมหลัก (Panel Mounted) หรือต่อเข้ากับบัสบาร์ (Busbar) โดยตรง เนื่องจากใช้เป็นเบรกเกอร์หลักสำหรับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่
  • พิกัดกระแสและการตั้งค่า : MCCB ออกแบบมาเพื่อรองรับกระแสไฟฟ้าในระดับสูง พิกัดกระแสมักเริ่มต้นตั้งแต่ 100 แอมแปร์ขึ้นไปจนถึงหลายพันแอมแปร์ จุดเด่นสำคัญคือ MCCB บางรุ่นสามารถ ปรับตั้งค่าพิกัดกระแส (Adjustable Trip Setting) และตั้งเวลาการตัด (Time Delay) ได้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับโหลดเฉพาะประเภท เช่น มอเตอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องการกระแสเริ่มต้นสูงชั่วขณะ
  • ฟังก์ชันการทำงาน : ฟังก์ชันหลักของ MCCB คือการป้องกันกระแสเกิน (Overcurrent) และไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) ในวงจรไฟฟ้าแรงต่ำขนาดใหญ่ โดยทำหน้าที่เป็นเมนเบรกเกอร์ที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรือศูนย์ข้อมูล

 

วิธีการทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์

แม้ว่ากลไกของเซอร์กิตเบรกเกอร์จะมีความซับซ้อนด้านการตัดกระแสไฟฟ้า แต่สามารถอธิบายได้ตามลำดับขั้นตอน ดังนี้

  • ตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่ไหลในระบบ หากเกินค่าที่กำหนดไว้ ระบบจะส่งสัญญาณไปยังกลไกตัดไฟ
  • กลไกการทำงานภายใน เช่น แม่เหล็กไฟฟ้า หรือแผ่นโลหะไบเมทัล จะตอบสนองทันทีเมื่อมีกระแสเกินหรือลัดวงจร
  • เซอร์กิตเบรกเกอร์จะตัดวงจร หยุดการไหลของไฟฟ้าในเสี้ยววินาที
  • หลังจากแก้ไขสาเหตุ สามารถรีเซตและเปิดใช้งานใหม่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งตัว ต่างจากฟิวส์ที่ต้องเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อขาด


ด้วยคุณสมบัตินี้ เซอร์กิตเบรกเกอร์จึงถือเป็นอุปกรณ์หลักที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง

 

 

การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ให้เหมาะสม

การเลือกขนาดและชนิดของเซอร์กิตเบรกเกอร์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเลือกไม่เหมาะสม อาจทำให้ระบบไฟฟ้าเกิดความเสียหายได้ โดยปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อการเลือกอุปกรณ์ที่ถูกต้อง จะมีด้วยกันดังนี้

 

ขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน

เลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีค่ากระแสตรงกับโหลดจริง เช่น หากวงจรใช้สายไฟ THW 2.5 ตร.มม. ซึ่งรองรับกระแสได้ประมาณ 20 แอมป์ ควรเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ไม่เกินค่านี้ เพื่อป้องกันการทำงานผิดพลาด

 

ชนิดของการใช้งาน

โดยพิจารณาจากระบบไฟฟ้า หากเป็นระบบที่มีกระแสไฟฟแรงสูง เช่น ในอาคารพาณิชย์ อาจต้องเลือก MCCB ในขณะที่การเลือกใช้สำหรับระบบไฟฟ้าภายในบ้านทั่วไป มักจะเลือกใช้เป็น MCB หรือ RCCB ตามความเหมาะสม

 

มาตรฐานความปลอดภัย

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล เพื่อรับประกันว่าอุปกรณ์สามารถป้องกันอันตรายได้จริง นอกจากนี้ มาตรฐานของสายไฟที่ใช้ต่อกับเบรกเกอร์เองก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นสื่อกลางในการส่งต่อกระแสไฟฟ้าเข้าวงจร

 

การเลือกใช้สาย THW 2.5 ร่วมกับเซอร์กิตเบรกเกอร์

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์กับสาย THW ขนาดหน้าตัด 2.5 ตร.มม. ควรเป็นแบบไหน ? คำตอบคือ ต้องเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่รองรับกระแสไฟได้ไม่เกิน 20 แอมป์ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับกระแสของสายไฟ THW 2.5 ตร.มม.

โดยสาย THW 2.5 ตร.มม. เป็นสายทองแดงที่หุ้มฉนวน PVC เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟฟ้าในบ้านและอาคาร สามารถทนความร้อนและความชื้นได้ดี ทำให้มีความปลอดภัยสูงเมื่อนำมาใช้งานร่วมกับเซอร์กิตเบรกเกอร์

 

ข้อดีของการจับคู่สาย THW 2.5 ตร.มม. กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ถูกต้อง

การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์กับสาย THW 2.5 ตร.มม.อย่างเหมาะสม ถือเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดในการติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารและที่พักอาศัย เนื่องจากเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างความสามารถในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าของสายไฟกับขีดจำกัดการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน

 

1. ป้องกันอัคคีภัยและความร้อนสูงเกินไป (Overheating Prevention)

สายไฟ THW 2.5 ตร.มม. มีความสามารถในการทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ปลอดภัยประมาณ 20 A (ภายใต้สภาพการติดตั้งทั่วไป) การเลือกใช้เบรกเกอร์ที่มีพิกัดกระแสต่ำกว่าค่านี้ (เช่น MCB ขนาด 16 A) จะทำให้เบรกเกอร์ตัดไฟบ่อย เพราะมองว่าค่ากระแสไฟฟ้าเกิน (Overload) อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง และอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงในสายไฟจนเกินไป จนกลายเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสื่อมสภาพของฉนวนและการเกิดอัคคีภัยในอนาคต

 

2. ยืดอายุการใช้งานของสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า

การที่สายไฟไม่ถูกใช้งานเกินกำลังและไม่เกิดความร้อนสูงบ่อยครั้ง จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของฉนวน PVC หุ้มสายไฟ THW 2.5 ตร.มม. พร้อมกันนั้นยังช่วยป้องกันความเสียหายของโหลด เพราะหากเกิดการลัดวงจรหรือกระแสเกินเฉียบพลัน เซอร์กิตเบรกเกอร์จะตัดการจ่ายไฟอย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อพ่วงอยู่ไม่ได้รับความเสียหายจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลอย่างรุนแรง

 

3. เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้า

การจับคู่สายไฟกับเบรกเกอร์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย เช่น มาตรฐาน วสท. เป็นสิ่งที่จำเป็นตามกฎหมายและเป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัย  นอกจากนี้ การติดตั้งที่ได้มาตรฐานระบบไฟฟ้าจะมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เมื่อได้รับการตรวจสอบหรือขออนุญาตจากหน่วยงานราชการ

 

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือและความเสถียรของระบบ

เมื่อเกิดความผิดปกติในวงจรย่อยใด ๆ เซอร์กิตเบรกเกอร์ คืออุปกรณ์ที่สามารถแยกความผิดปกตินั้นออกไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่ส่งผลกระทบให้เบรกเกอร์หลัก (Main Breaker) สั่งตัดไฟไปด้วย

สำหรับการจำกัดความเสียหาย หากมีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเกินกว่าที่สายไฟ THW 2.5 ตร.มม. จะรับได้ เบรกเกอร์ที่มีสเปกเหมาะสมจะตัดวงจรก่อนที่จะเกิดความเสียหายรุนแรงทันที ทำให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดได้ง่าย

 

H2: ข้อควรระวังในการติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์และสาย THW 2.5 ตร.มม.

  • ควรเลือกใช้สายไฟและเซอร์กิตเบรกเกอร์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้
  • หลีกเลี่ยงการต่อสายไฟหลายเส้นเข้าด้วยกันในช่องเดียวของเบรกเกอร์ เพราะอาจทำให้หน้าสัมผัสไม่แน่น
  • ตรวจสอบการเชื่อมต่อทุกจุดว่ามีความแน่นหนาและไม่มีรอยไหม้
  • ควรมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดี


จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์และสาย THW 2.5 ตร.มม. ที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบไฟฟ้าในบ้านหรืออาคารของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและการติดตั้งที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าด้วยเช่นกัน


เลือกสายไฟ THW 2.5 ตร.มม. ที่เหมาะกับเบรกเกอร์ได้ที่ STS Thonburi

หากคุณกำลังมองหาสาย THW ขนาดหน้าตัด 2.5 ตร.มม. คุณภาพสูงสำหรับการใช้งานกับเบรกเกอร์และติดตั้งในระบบไฟฟ้า STS Thonburi คือคำตอบ เพราะที่นี่เรามีความเชี่ยวชาญด้านสายไฟทุกประเภท พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกใช้สายไฟที่ตอบโจทย์กับจุดประสงค์ในการติดตั้งของคุณมากที่สุด 

อุ่นใจกว่า ! เพราะเราจำหน่ายเฉพาะสายไฟที่ได้มาตรฐาน ทั้ง มอก. และ IEC หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อกับเราได้เลย !

 

แหล่งอ้างอิง

  1. What Is the Difference Between MCB, MCCB, RCB, RCD, RCCB, and RCBO. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จาก https://www.chintglobal.com/global/en/about-us/news-center/blog/difference-between-mcb-mccb-rcb-rcd-rccb-rcbo.html 
  2. Cable Capacity Unveiled: How Many KW Can a 2.5mm Cable Carry?. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จาก https://joca-cable.com/blog/how-many-kw-can-a-2-5-mm-cable-carry/

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้