การเลือกวัสดุที่ใช้ทำสายไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่ทำงาน หรือในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ความสามารถในการนำไฟฟ้า ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับวัสดุชนิดใดนิยมนำมาใช้ทำสายไฟฟ้า พร้อมแนะนำวิธีการเลือกวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานทั้งในบ้านและในภาคอุตสาหกรรม
สายไฟฟ้าที่ดีควรประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ตัวนำไฟฟ้า (Conductor) ฉนวนไฟฟ้า (Insulation) และเปลือกนอก (Oversheath) ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทแตกต่างกันและต้องเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ตัวนำไฟฟ้า คือหัวใจของสายไฟ ทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคำถามที่ว่าสารที่นำไฟฟ้ามีอะไรบ้าง ? ก็ต้องตอบว่า วัสดุที่ใช้ทำตัวนำในสายไฟจะต้องมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดี และมีความคงทนสูง ซึ่งมี 2 ชนิดที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ได้แก่
ทองแดง เป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าที่สุด เนื่องจากมีค่าความต้านทานต่ำ นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยม ยืดหยุ่นสูง และทนต่อการกัดกร่อน เหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ทั้งในบ้านและภาคอุตสาหกรรม แม้ราคาจะสูง แต่ถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าและราคาถูกกว่าทองแดง เหมาะสำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และงานที่ต้องการลดน้ำหนักตัวนำ แต่ค่าการนำไฟฟ้าต่ำกว่าทองแดง จึงจำเป็นต้องใช้สายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
ฉนวนไฟฟ้า ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้ารั่วออกนอกสาย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการลัดวงจร วัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่
PVC เป็นวัสดุที่นิยมที่สุดในสายไฟทั่วไป มีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าได้ดี ทนอุณหภูมิได้ 70°C ยืดหยุ่นสูง ติดตั้งง่าย เหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร
เป็นวัสดุที่ทนความร้อนได้สูงถึง 90°C และทนต่อสารเคมีได้ดีเยี่ยม มีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง
เปลือกนอก ทำหน้าที่ปกป้องฉนวนและตัวนำจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น ความชื้น แรงกระแทก หรือสารเคมี วัสดุที่นิยมนำมาทำเปลือกนอกของสายไฟ มีดังนี้
เป็นวัสดุที่มีความทนทานและใช้งานง่าย มีหลายสีให้เลือกเพื่อช่วยแยกประเภทสายไฟ นิยมใช้สำหรับสายไฟฟ้าภายในอาคาร
เป็นวัสดุที่ทนต่อการขูดขีดและแรงกระแทกได้ดี ป้องกันความชื้นและน้ำได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกอาคารและสายไฟใต้ดิน
เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติต้านการลุกลามของไฟ ไม่ปล่อยควันพิษหรือก๊าซกรดเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เหมาะสำหรับพื้นที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารสูง
นอกจากทองแดงและอะลูมิเนียมแล้ว ยังมีวัสดุอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้ เช่น

การเลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับสายไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยปัจจัยที่ควรพิจารณามีดังนี้
การใช้งานที่ต่างกันย่อมต้องการคุณสมบัติของสายไฟที่แตกต่างกัน โดยควรเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน ดังนี้
การเลือกวัสดุของสายไฟควรดูที่คุณสมบัติหลัก ๆ ดังนี้
นอกจากการพิจารณาเรื่องวัสดุและการใช้งานแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ มาตรฐานรับรอง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยและคุณภาพหรือไม่
โดยมาตรฐานสำคัญที่ควรตรวจสอบ เช่น มอก. มาตรฐานรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของสายไฟในประเทศไทย, IEC (International Electrotechnical Commission) มาตรฐานสากลที่รับรองคุณภาพของสายไฟ หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของการใช้งาน
การเลือกสายไฟที่มีคุณภาพนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางไฟฟ้าอีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาสายไฟที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งราคาย่อมเยาและคุณภาพดีเยี่ยม STS Thonburi คือคำตอบ เราเป็นบริษัทขายส่งสายไฟทุกชนิด เป็นตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น สายไฟ Thai Union ราคาถูก, สายไฟ Fuhrer และอื่น ๆ อีกมากมาย เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียดทุกการซื้อขาย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อกับเราได้เลย !
แหล่งอ้างอิง